Category: Content Marketing

5 วิธีการตั้ง Headline เพิ่มพลังให้กับคอนเทนต์ของคุณ

5 วิธีการตั้ง Headline เพิ่มพลังให้กับคอนเทนต์ของคุณ การตั้งหัวข้อหรือ Headline เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญสำหรับการทำคอนเทนต์แต่อย่างที่หลายๆคนเข้าใจการตั้ง Headline อย่างเดียวก็คงไม่สามารถเรียกคอนเทนต์ของเราได้ว่าเป็นคอนเทนต์คุณภาพได้  แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นว่าการตั้งหัวข้อที่น่าสนใจเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ Audience ตัดสินใจคลิกเพื่ออ่านต่อได้ถึง 80% บทความนี้เลยขอสรุปวิธีการตั้ง Headline ที่สามารถเพิ่มความสนใจให้กับคอนเทนต์ของคุณได้ดีเลยทีเดียว 1.ใช้หัวข้อ How-To How-To คือหัวข้อที่พูดถึงวิธีการต่างๆ เนื่องจากเราอยู่ในยุคที่เป็น Content Flood แน่นอนที่สุดว่าผู้บริโภคกำลังมองหาคอนเทนต์ที่ช่วยเขาประหยัดเวลาได้มากกว่าที่เคยเป็น เพราะต่อให้เขาค้นหาในเว็บได้ แต่สิ่งที่เขาจะรู้สึกว่าทำให้เสียเวลาของเขาเลยก็คือการต้องค้นหาข้อมูล How To ต่างๆ จากหลายๆ เว็บซึ่งก็ยังทำให้เขาเสียเวลาอยู่ดี เพราะฉะนั้น แบรนด์ไหนที่สามารถ ให้คอนเทนต์เชิง How-To ที่ได้รับการทดลองแล้วว่าได้ผลลัพธ์จริงๆ ก็จะตอบโจทย์ของเขามากขึ้น ตัวอย่างเช่นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ แบรนด์ A ให้หัวข้อ How To : วิธีการแต่งห้องให้สวยสไตล์…

Content for Audiences Vs Content for End Customers

ความแตกต่างระหว่าง คอนเทนต์สำหรับผู้ชมทั่วไป(Audiences) กับ คอนเทนต์สำหรับลูกค้าตัวจริง (Consumers) หากพูดถึง กระบวนการขายบนโลกดิจิตอลแล้ว เราสามารถแบ่งกระบวนการออกมาได้ 4 ช่วงด้วยกัน คือ 1. Attract Audiences คือการดึงดูด กลุ่มคนหมู่มากให้มาสนใจแบรนด์ของเรา สินค้า และบริการของเรา โดยการใช้คอนเทนต์ เชิงให้ความรู้ (Educate) บวกเสน่ห์ของความสนุกเข้าไป โดยเฉพาะการทำการตลาดสำหรับในประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่น 10 ไอเท็มเสริมสุขภาพผิวให้สตรอง สำหรับสาวผิวแพ้ง่าย 2. Lead to be prospect คือการทำให้ ผู้ชมทั่วไป กลายเป็นผู้มุ่งหวังที่เริ่มสนใจสินค้ามากขึ้น คอนเทนต์สำหรับช่วงนี้ จะต้องเป็นคอนเทนต์ที่เริ่มนำเสนอเกี่ยวกับ ฟังก์ชั่นสินค้าต่างๆ อาจจะเป็นคอนเทนต์ที่ออกมาในรูปแบบวิดีโอ สาธิตการใช้งานสินค้าเป็นต้น หรือ อาจจะเป็นคอนเทนต์ที่บอกประโยชน์หลักๆของสินค้าให้เห็นภาพมากขึ้น ตรงนี้เอ็มมี่ขอยกตัวอย่าง คอนเทนต์จากฝั่ง อเมริกาที่สามารถ…

4 ฟีเจอร์ใหม่ใน Instagram ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้มากขึ้นบนโลกโซเชี่ยล

1. Multiple Photos (Slideshow) การเลื่อนดูรูปภาพใน instagram ทำให้ Audience สนุกไปกับการอยากรู้มากขึ้นอยากได้รายละเอียดจากคอนเทนต์รูปภาพมากขึ้น เพราะส่วนใหญ่คำว่า audience คือผู้ชม ในโลกโซเชี่ยลมีลักษณะอย่างหนึ่งที่เหมือนกันหมดทุกคน คือการเป็นผู้สังเกตุการณ์ multiple function จะทำให้ engagement ใน IG สูงขึ้นเวลาเฉลี่ยของ audience ในการอยู่กับ instagram ก็มากขึ้นเช่นกัน 2. Your story Your story ฟังก์ชั่นที่มีมาสักระยะแล้ว ทำให้เราอยากรีบอ่านคอนเทนต์ให้เร็วที่สุดก่อนที่คอนเทนต์จะหายไป เรียกว่าเป็นความรู้สึกของการเสียโอกาส ทำให้เป็นอีกช่องทางในการสร้าง inspiration ให้กับ audience ได้ และเสน่ห์ของ your story คือความเพลิดเพลิน ของการเสพคอนเทนต์ของ your story…

12 เว็บไซต์ช่วยสร้าง visual คอนเทนต์ให้สวยได้แบบฟรีๆ

1. Platforms for creating visuals Canva ทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ถนัดทำโฟโต้ช้อปใช้ง่ายโดยฟังก์ชั่นการลากและวางมีรูปแบบของภาพให้เลือกมากมาย ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ค่ะ Picmonkey มีความคล้ายกับ canva แต่รูปแบบของ Canva จะมีสไตล์การออกแบบที่ชัดเจน และหลากหลายมากกว่า Getstencil เหมาะกับการสร้าง Quote Overlay photo หรือรูปภาพคมคำต่างๆ Befunky เหมาะสำหรับการปรับภาพจริงให้เป็นภาพการ์ตูน สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งคนอื่นบนโลกออนไลน์ค่ะ 2. Plaforms for creating infographics Venngage Infogram Easelly ทั้ง 3 เว็บไซต์นี้ เปรียบเสมือน แหล่งการสร้าง info graphic แบบง่ายๆ โดยมีเทมเพลตให้เลือกฟรีเยอะมาก คล้ายๆกับ canva แต่อาจจะติดตรงนี้เรื่องของภาษา บางครั้งใช้แล้วยังมีตัว…

3 ปัญหา Content Marketing ที่ผู้ประกอบการต้องเจอ (พร้อมเทคนิค แก้ปัญหา)

เอาละคะ เมื่อคำว่า Digital Transformation เข้ามาเปลี่ยนแปลงโอกาสในโลกธุรกิจให้ดูเหมือนจะมีมากขึ้นหลายเท่าตัว แต่สิ่งที่สำคัญไปมากกว่าโอกาส คือการจัดการช่องทางต่างๆ ให้ถูกจริตกับผู้บริโภค นำเสนอ สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ มากกว่าการนำเสนอสิ่งที่เรามีเพียงอย่างเดียว เพราะสมัยนี้ ผู้บริโภค ไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะเลือกเสพสื่อได้อย่างเดียว แต่ผู้บริโภค ยังเป็นคนกำหนดได้อีกว่า สินค้าตัวนี้หากปล่อยไปในโลกออนไลน์ จะรอดหรือไม่รอด … ทั้งนี้ทั้งนั้นหลายๆคนจะโฟกัสใจการใช้ช่องทางอยู่ 2 ช่องทางหลักๆ คือ 2S : Social กับการ Search แต่ส่วนใหญ่แล้วจะให้ความสนใจกับการซื้อสื่อมากกว่าผลิตสื่อด้วยตัวเอง ความหมายคือมักจะโฟกัสการใช้ paid media มากกว่า Quality Organic Media ที่มาจากแก่นสำคัญคือ Content นั้นเอง แต่ส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาที่กินเวลามากที่สุดก็คือเรื่องของ Cotent Marketing ซึ่งหากสรุปย่อยออกมาแล้ว คนส่วนใหญ่จะเจอปัญหาอยู่…

ปริมาณ นำ คุณภาพ หรือ คุณภาพ ควรนำ ปริมาณ

ในไตรมาศแรกของปี 2017 ที่ผ่านมานับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่ได้เห็นผู้ประกอบการไทยให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงของยุคดิจิตอล และมีผู้ประกอบการหลายท่าน เริ่มมองหาทีมงานที่มีทักษะมากขึ้น บางคนลงทุนที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่น่าแปลกใจคือ ปัญหาของผู้ประกอบการปีนี้แตกต่างจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่การเพิ่มปริมาณของผู้ติดตาม หรือ followers ในแต่ละ platform แต่เป็นการสร้างคุณภาพของกลุ่มนั้นๆ ต่างหากที่ผู้ประกอบการต่างค้นหาวิธีเพราะมีผลกระทบกับยอดขายที่เกิดขึ้นบนช่องทางออนไลน์อย่างมากเลยทีเดียว … สรุปง่ายๆก็คือ ธุรกิจหลายธุรกิจ มีผู้ติดตามเยอะ ขั้นจำนวนหลายแสน หลายล้าน แต่ขายไม่ได้ถึงหลักหมื่นก็มี สุดท้ายแล้ว ปริมาณของผู้ติดตามในแต่ละ แพลทฟอร์ม มีผลเชิงบวกกับยอดขายหรือไม่ หรือ เราควรมีผู้ติดตามไม่เท่าไหร่ แต่คุณภาพที่ใช่ก็เพียงพอแล้ว … ? หากพูดถึงปริมาณและคุณภาพ บทความนี้จึงขอสะท้อนไอเดีย แตกออกมาเป็น 2 ประเด็นด้วยกันคือ ปริมาณ และ คุณภาพ ของผู้ติดตาม ปริมาณและคุณภาพ ของคอนเทนต์…

พลังของคอนเทนต์ที่มีอิทธิพลต่อชาว Millennials

ในปี 2559 เอ็มมี่ได้เขียนบทความขึ้นมา 1 บทความเกี่ยวกับ UGC หรือ User Generated Content แปลเป็นไทยคือคอนเทนต์ที่ถูกผลิตโดยผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็นรีวิว ถ้าในเฟสบุ๊คตอนนี้ก็คือการ rate หรือการให้ดาวในแฟนเพจหรือร้านต่างๆพร้อมกับติชมว่าธุรกิจนั้นๆให้บริการเป็นอย่างไรบ้างหรือแม้แต่ภาพใน instagram ที่วัยรุ่นส่วนใหญ่ชอบถ่ายรูปโพสต์เกี่ยวกับทุกกิจกรรมที่ทำเสื้อผ้าทุกชุดที่ใส่กระเป๋าทุกแบรนด์ที่ถือ… สิ่งเหล่านั้นเรียกว่า UGC ค่ะเป็นการสร้างคอนเทนต์โดยผู้บริโภคที่ต้องการสื่อสารถึงผู้บริโภคกันเองโดยที่ไม่ได้เป็นการโฆษณาใดๆเลย UGC เกิดขึ้นและเป็นที่ต้องการมากสำหรับประชากรยุคใหม่ และ ดูเหมือนว่า Digital Marketing ตอนนี้จะถูกกำหนดด้วยทิศทางของพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งสัดส่วนของประชากรส่วนใหญ่ ณ ตอนนี้ที่ใช้ Social Media อย่างคุ้นชิน และ พึ่งพิงชีวิตด้วยโลกออนไลน์คือประชากรที่เกิดในยุค Millenials Millenials คือกลุ่มคนที่เกิดในช่วงปีของ ยุค 1981 ถึง ยุคปี 2000 ซึ่งแต่ก่อน เราคุ้นชินกับประชากรที่เกิดในช่วง Baby…

3 ขั้นตอนง่ายๆสร้างคอนเทนต์ให้คม ก่อนลงพื้นที่ออนไลน์

3 ขั้นตอนง่ายๆสร้างคอนเทนต์ให้คม ก่อนลงพื้นที่ออนไลน์ 1.ลิสต์ปัญหาสุดฮิต สิ่งที่เราต้องทำคือ เราจะต้องลิสต์ปัญหาของกลุ่มลูกค้าของเราออกมา 10 ปัญหาที่ลูกค้ามา ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของเรา ตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นเครื่องสำอางสำหรับวัยรุ่น ก็จะมีคำถามว่า จะเริ่มแต่งหน้าอย่างไร จะเริ่มเขียนอายไลน์เนอร์อย่างไร แต่งหน้าอย่างไรไม่ให้เหมือนแต่ง เป็นต้น ให้เราลิสต์ปัญหาที่เราคิดว่าลูกค้ามีออกมา หลังจากนั้นให้ทำ วิจัยย่อยๆ โดยการสำรวจการตลาด หาตัวอย่างกลุ่มลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน คนใกล้ชิด เพื่อนของเพื่อน ที่มีลักษณะเดียวกันกับกลุ่มลูกค้าของเรา ตั้งคำถามว่าเวลาเขาจะเลือกใช้บริการ หรือ สินค้า ที่มีลักษณะเดียวกับเรานั้นเขามีปัญหาอะไรบ้าง และเลือกจากอะไรบ้าง ทำการสำรวจตลาดอย่างน้อย 10-20 คนขึ้นไปเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เรียกว่าน่าสนใจ และ น่าจะเป็นท็อปฮิต ลิสต์ ทำตารางออกมาใส่ excels หรือ google sheets เพื่อเก็บคะแนนโหวตคำถาม คำถามไหนถูกโหวตมาที่สุดจะถูกนำมาสร้างเป็น Series…

ผลลัพธ์จากการเขียนคอนเทนต์เชิงกว้าง VS เชิงลึก แบบไหนดีกว่ากัน ?!?

จากภาคต่อครั้งที่แล้วที่เคยพูดถึงเลือกการใช้งบการตลาดบนโลกออนไลน์ซึ่งเรายกตัวอย่างและประเด็นมาจากพื้นที่ของเฟสบุ๊ค และเราก็ทำเช็คลิสต์ในเรื่องของการเขียนคอนเทนต์ ที่เรียกว่าเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดในการทำการตลาดออนไลน์ ณ ตอนนี้ วันนี้เลยได้ถือโอกาสมาแบ่งปันข้อมูลเพื่อให้ทุกคนเข้าใจข้อดีของคอนเทนต์เชิงกว้าง และ ลึกก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหากระบวนการเขียนคอนเทนต์เชิงลึกเพื่อสร้างยอดขายจากคอนเทนต์ให้มากขึ้นด้วยค่ะ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า คอนเทนต์เชิงกว้าง กับคอนเทนต์เชิงลึกแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เริ่มจาก 1.คอนเทนต์เชิงกว้างหรือ horizontal content strategy คือกลยุทธ์การสร้างคอนเทนต์แบบองค์รวม องค์กว้าง พูดถึงเรื่องรวมๆ ไม่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่น  5 วิธีการรักษาสุขภาพสำหรับหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ 1.ดื่มนํ้าสะอาด 2.ทานอาหารครบ 5 หมู่ 3.พักผ่อนให้เพียงพอ 4.ผ่อนคลายสมองด้วยความบันเทิง 5.ออกกำลังกายอาทิตย์ละ 3 ครั้ง แบบนี้คือเรียกว่าคอนเทนต์เชิงกว้างคือเราเอาข้อมูลเก็บรวบรวมมา และสื่อสารออกมาให้เป็นระบบบครบถ้วนตามหัวข้อ และผู้อ่านจะได้ประโยชน์แค่เพียงเป็นการเตือน 5 ครีมกันแดดที่สาวออฟฟิศต้องมี!!!  1.แบรนด์ abc เพราะมีสารสกัดจาก… 2.แบรนด์ d;lsk เพราะ .. แต่พอเจาะลึกถึงเนื้อหาแล้วก็ยังเป็นการพูดองค์รวมของประโยชน์แต่ละแบรนด์อยู่ดี…

Pin It on Pinterest