ความแตกต่างระหว่าง
คอนเทนต์สำหรับผู้ชมทั่วไป(Audiences)
กับ คอนเทนต์สำหรับลูกค้าตัวจริง (Consumers)

หากพูดถึง กระบวนการขายบนโลกดิจิตอลแล้ว
เราสามารถแบ่งกระบวนการออกมาได้ 4 ช่วงด้วยกัน
คือ

1. Attract Audiences คือการดึงดูด กลุ่มคนหมู่มากให้มาสนใจแบรนด์ของเรา สินค้า และบริการของเรา โดยการใช้คอนเทนต์

เชิงให้ความรู้ (Educate) บวกเสน่ห์ของความสนุกเข้าไป
โดยเฉพาะการทำการตลาดสำหรับในประเทศไทย
ยกตัวอย่างเช่น 10 ไอเท็มเสริมสุขภาพผิวให้สตรอง สำหรับสาวผิวแพ้ง่าย

2. Lead to be prospect คือการทำให้ ผู้ชมทั่วไป

กลายเป็นผู้มุ่งหวังที่เริ่มสนใจสินค้ามากขึ้น คอนเทนต์สำหรับช่วงนี้
จะต้องเป็นคอนเทนต์ที่เริ่มนำเสนอเกี่ยวกับ ฟังก์ชั่นสินค้าต่างๆ
อาจจะเป็นคอนเทนต์ที่ออกมาในรูปแบบวิดีโอ สาธิตการใช้งานสินค้าเป็นต้น
หรือ อาจจะเป็นคอนเทนต์ที่บอกประโยชน์หลักๆของสินค้าให้เห็นภาพมากขึ้น

ตรงนี้เอ็มมี่ขอยกตัวอย่าง คอนเทนต์จากฝั่ง อเมริกาที่สามารถ ดึงดูด Audiences และ เปลี่ยน Audiences ให้กลายเป็น Prospect อย่างเห็นได้ชัด
คือ Squatty Potty ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำให้เรามีระบบขับถ่ายที่ดีขึ้น
แบรนด์เองได้เคยนำเสนอ รูปแบบคอนเทนต์ต่างๆ ที่พูดถึงนวัตกรรม การคิดค้น
แต่เพราะสินค้าเป็นนวัตกรรม ถ้าพูดแต่ภาษาในเชิงวิทยาศาสตร์ ก็คงไม่น่าสนใจ
แบรนด์จึงสร้างตัวละครขึ้นมาเพื่อเป็น Digital Personal Branding ในเชิง Character Branding
ให้มีเจ้าชาย และ ม้ายูนิคอร์นเป็นตัวนำเรื่อง
และทำให้เรื่องขับถ่ายที่หลายๆคนอาจจะคิดว่า หากทำเป็นคอนเทนต์ผ่านวิดีโอ แล้วน่าจะขยะแขยง
กลายเป็นเรื่องน่ารักๆ ได้ โดยเฉพาะ การหยิบ ม้ายูนิคอร์น สัตว์ไอคอนใหม่สำหรับยุคนี้มาเป็นตัวดำเนินเรื่อง
ไปดูกันเลยค่ะ

วิดีโอคอนเทนต์นี้ทำให้คนที่ไม่เคยสนใจ กลับกลายมาเป็น Audiences และ Audines กลายเป็น Prospect ได้สูงมากเลยทีเดียว
สามารถ Convert คนจากคลิปไปที่เว็บ และ ทำให้ยอดขายของ Squatty Potty เพิ่มขึ้น จนครอบคลุมห้องนํ้าเกือบทุกบ้านในอเมริกาในที่สุด

3. Convert to Consumers

พอมาถึงช่วงนี้ คอนเทนต์จะไม่ได้เจาะประเด็นแค่เอา ฮา ดึงดูดความสนใจเพียงหนึ่งอาทิตย์แล้วก็หายไปเหมือนช่วงที่ 1 แล้ว
แต่จะเริ่มใช้คอนเทนต์ที่เป็น รีวิวจากลูกค้าเข้ามาเสริม หรือเป็นการบอกต่อซะส่วนใหญ่
รวมไปถึงคอนเทนต์ที่สร้าง Occassion หรือ สถานการณ์ให้ลูกค้านึกถึงสินค้า มากขึ้น
และ Sales Content ที่เราจะต้องเริ่มขายตรงๆ ไม่ แอบ เบาๆ อีกต่อไป
เพราะ คนยุคนี้ชอบ Straightforward Selling Process หรือกระบวนการการขายตรงๆ
อาจไม่ชอบ Hard Sales คือการตื้อ เพื่อขาย
แต่ชอบ การขายแบบแปลกใหม่ เรียกความสนใจได้เป็นอย่างดีต่างหาก
พยายามหยิบยก ฟังก์ชั่นที่เป็นพระเอกของแบรนด์เราขึ้นมา
และ แตกประเด็นทำคอนเทนต์ให้ได้เยอะที่สุดบวกกับการใช้ Paid Media อีกครั้ง จะทำให้กระแสเกิดขึ้นได้เยอะขึ้นด้วย

4. C to E : Consumers to Evangelist

จากลูกค้าเปลี่ยนมาเป็นแฟนพันธุ์แท้
ตรงนี้ต้องสร้างคอนเทนต์แบบคูลๆออกมาเพื่อตอบแทนกลุ่มลูกค้า เรียกว่า เป็นคอนเทนต์ที่ต้องให้ลูกค้ารู้สึกว่าแชร์แล้วไม่เสียเกียรติในโลกออนไลน์
รวมถึงการสร้างแคมเปญ ให้ลูกค้าเดิมได้การปฎิสัมพันธ์กับเรามากขึ้น
เช่นการขอความคิดเห็น จะออกเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ สีไหนคุณชอบกว่ากัน
พิมพ์ 1 ใต้คอมเม้นต์พร้อมบอกเหตุผลที่สุดต่าง แชร์ไปหน้าเฟสบุ๊คโพรไฟล์ของคุณ แล้วรอลุ้นรับรางวัล….

รวมถึงคอนเทนต์ที่ต้องสร้างผ่าน Email Marketing และ LIne ต่ออีกด้วย อย่าลืมค่ะว่า ความสัมพันธ์ของลูกค้ากับเรา บนโลกดิจิตอลไม่มีวันสิ้นสุด