5 วิธีการตั้ง Headline เพิ่มพลังให้กับคอนเทนต์ของคุณ

การตั้งหัวข้อหรือ Headline เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญสำหรับการทำคอนเทนต์แต่อย่างที่หลายๆคนเข้าใจการตั้ง Headline อย่างเดียวก็คงไม่สามารถเรียกคอนเทนต์ของเราได้ว่าเป็นคอนเทนต์คุณภาพได้  แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นว่าการตั้งหัวข้อที่น่าสนใจเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ Audience ตัดสินใจคลิกเพื่ออ่านต่อได้ถึง 80%

บทความนี้เลยขอสรุปวิธีการตั้ง Headline ที่สามารถเพิ่มความสนใจให้กับคอนเทนต์ของคุณได้ดีเลยทีเดียว

1.ใช้หัวข้อ How-To

How-To คือหัวข้อที่พูดถึงวิธีการต่างๆ เนื่องจากเราอยู่ในยุคที่เป็น Content Flood แน่นอนที่สุดว่าผู้บริโภคกำลังมองหาคอนเทนต์ที่ช่วยเขาประหยัดเวลาได้มากกว่าที่เคยเป็น

เพราะต่อให้เขาค้นหาในเว็บได้ แต่สิ่งที่เขาจะรู้สึกว่าทำให้เสียเวลาของเขาเลยก็คือการต้องค้นหาข้อมูล How To ต่างๆ จากหลายๆ เว็บซึ่งก็ยังทำให้เขาเสียเวลาอยู่ดี เพราะฉะนั้น แบรนด์ไหนที่สามารถ
ให้คอนเทนต์เชิง How-To ที่ได้รับการทดลองแล้วว่าได้ผลลัพธ์จริงๆ ก็จะตอบโจทย์ของเขามากขึ้น

ตัวอย่างเช่นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์

แบรนด์ A ให้หัวข้อ How To : วิธีการแต่งห้องให้สวยสไตล์ minimal ภายใต้งบไม่เกิน 20,000 บาท

เมื่อคลิกเข้ามาดูเนื้อหาข้างในเว็บไซต์แล้ว จะมีวิธีการจัดตกแต่งห้อง และ ขั้นตอนต่างๆ แหล่งในการหาข้อมูล การออกแบบ ที่แบรนด์ A ได้เคยทำจริงมาแล้ว

แบรนด์  B ให้หัวข้อ How to วิธีการแต่งห้องให้สวยสไตล์ minimal แต่ไม่ได้เฉพาะเจาะจง เป็นการเปิดหัวแบบกว้าง และเมื่อเปิดเข้าไปอ่านแล้ว จะเจอเป็นรูปภาพที่นำมาจาก Pinterest หรือ แหล่งอื่นๆ
เมื่อผู้บริโภคอ่านแล้วก็รู้สึกได้ชัดเจนเลยว่าไม่สามารถนำมาใช้ได้จริง

เพราะฉะนั้นก็ไม่แปลกถ้าแบรนด์ A จะมียอด engagement รวมถึงบรรลุจุดประสงค์เรื่องของการเข้าถึงได้มากกว่า

แต่หาก แบรนด์ A ตั้งหัวข้อที่มีคุณภาพแต่พอเปิดมาดูเนื้อหา Content ข้างในไม่ได้เป็น Real Content ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริง

และไม่เคยทดลองมาก่อนมีแต่รูปภาพ inspiration ก็เท่ากับว่าคอนเทนต์นั้นๆ ไม่ได้เป็น Quality Content เมื่อก่อนเราอาจจะใช้เทคนิคนี้ได้เพื่อเป็น Click Bait แต่

ณ ปัจจุบันผู้บริโภคเข้าใจ และ รู้ทันวิธีการนี้ และ พวกเขาต้องการสิ่งที่ใช่จริงๆ และ แท้จริงๆ ถึงจะถูกใจและเข้าถึงพวกเขาในวงกว้างได้จริงๆ

2.ใช้คำว่า”สรุป” ขึ้นต้น

ตัวอย่างเช่น

สรุปเทรนด์การแต่งหน้าปี 2018

สรุปเทรนด์การใช้สีสำหรับแบรนด์เครื่องสำอางปี 2018

สรุป การเปรียบเทียบ feature สมาร์ทโฟนสุดฮิตประจำปี 2017

เมื่อเราใช้คำว่าสรุป ตามหลักจิตวิทยาแล้ว ผู้บริโภคจะทำความเข้าใจได้ทันทีเลยว่า สรุปจะต้องสั้นใช้เวลาอ่านไม่มาก ฉันจะได้มีเวลาไปดูอย่างอื่นไปทำอย่างอื่นได้

เพราะฉะนั้นเมื่อเราเริ่มต้นด้วยคำว่าสรุป จะดึงดูดให้ผู้บริโภคเข้าหา แต่เวลาที่เขาขึ้นต้นด้วยคำว่าสรุป ข้างใน Content ก็ต้องอย่าลืมว่าเราจะสรุปเรื่องอะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น เราจะสรุปเทรนด์การแต่งหน้า

ก็ต้องสรุปออกมาเป็นประเด็นให้อ่านง่าย เข้าใจง่ายเช่น มี 4 จุดที่เราจะพูดถึงการแต่งคิ้ว ตา ปาก ผิวหน้า  สรุปเทรนด์และเปรียบเทียบให้ผู้บริโภคได้เห็นเลยว่า เทรนด์ไหนที่เหมาะสมกับเขาบ้าง
และเทรนด์ไหนน่าจะเหมาะกับเพื่อนเขาบ้าง เพื่อกระตุ้นให้เกิด user generated  content มากขึ้น

3.พลังแห่งตัวเลข

การใช้ตัวเลขนำ ก็เป็นหลักจิตวิทยาเช่นกัน เพราะการใช้ตัวเลขจะเป็นการย่อยให้กระชับ และ อ่านได้ง่ายขึ้นกว่าการเป็นคำ
มนุษย์เองก็ได้เรียนรู้ตัวเลขเป็นสิ่งแรกๆ เมื่อเราเริ่มหัดพูด ในสมองของเราก็เรียงลำดับชีวิตตามตัวเลขของเวลา เรามีการนับเลขอยู่ทุกๆชั่วโมงอยู่แล้วทำให้เราคุ้นชิน เพราะฉะนั้นสมองของมนุษย์จะมองหาสิ่งที่ตนคุ้นชินก่อนเสมอ  และเมื่อเราใช้ตัวเลขที่เป็นเลขคี่ ก็ยิ่งจะทำให้ผู้บริโภคมองเห็นเราและเริ่มพิจารณาคอนเทนต์ของเราได้เร็วกว่าการใช้เลขคู่

เนื่องจากสมองของเราจะรู้สึกว่าการใช้เลขคี่จะมีพลังแห่งความแท้จริงมากกว่าการใช้เลขคู่ยิ่งเราใช้ตัวเลขในปริมาณที่พอดี เช่น 3 หรือ 5 ก็เป็นสัญลักษณ์ว่าเราจะไม่ต้อง
ใช้เวลามากในการอ่านคอนเทนต์นี้ และผู้เขียนก็ได้ทำการคัดกรองมาให้เราเรียบร้อยแล้ว  จำได้ง่ายอ่านได้ไว และนำไปใช้ต่อได้ง่าย ก็จะตอบโจทย์ความต้องการ
ประหยัดเวลาของ Audience ได้อีก

4.คอนเทนต์ประเภทเปรียบเทียบ

เช่น Product A VS Product B แบรนด์ไหนใช่ที่สุดสำหรับคุณ

Brand A VS Brand B แบรนด์ไหนตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่ามากที่สุด

ผู้บริโภคในยุคดิจิตอลเป็นยุคที่ติด Story Telling มากๆ หากคอนเทนต์ไหนที่มีการรีวิว และมีการเปรียบเทียบกันว่าใครจะเป็นคนชนะ หรือ เป็นคอนเทนต์เกี่ยวกับภารกิจต่างๆ
คนจะยิ่งติดตามเพราะรู้สึกเหมือนดูความบันเทิงมากกว่าคอนเทนต์ที่ทำให้ดูซีเรียสและเครียดจนเกินไป เวลาที่มีการเปรียบเทียบระหว่างสินค้า A กับ สินค้า B มักจะเรียกความสนใจจาก Audience ได้มากเสมอ

5.รวบรวมแหล่งคลังข้อมูล

การรวบรวมคลังข้อมูลก็จะทำให้ตอบโจทย์ช่วยให้ผู้บริโภคประหยัดเวลา และ รู้สึกว่าเราให้จริงๆ เพราะในโลกดิจิตอลแล้ว หลักการ give and take คือหลักการสำคัญ

เช่น รวม20 ลิสต์ร้านอาหารสำหรับคนรักสุขภาพแต่อยากทานของอร่อยทั่วกรุงเทพมหานคร เป็นต้น