การแก้ไข และ พัฒนาเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องง่ายๆค่ะ ใช้เวลา และมีความซับซ้อนในกระบวนการอยู่เสมอ ต้องใช้ความอดทนรอในการเปลี่ยนแปลง ไล่ระดับความอดทนตามจำนวนจุดที่เราต้องการแก้ไข และหากเราวัดคุณภาพของเว็บไซต์ของเราเพียงการใช้ตามองและประเมิณผลก็คงจะไม่รู้จุดที่มีปัญหาที่แท้จริงทำให้เสียเวลาในการแก้ไขได้มากขึ้น แต่ก็โชคดีค่ะที่มีเครื่องมือที่จะช่วยบอกคุณว่าเว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพ และปัญหาที่ต้องแก้ไขตรงไหนบ้าง จึงทำให้เราไม่ต้องเสียเวลามาทดลองผิดทดลองถูกนานกว่าปกติ

แต่สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงคือ ไม่มีเครื่องมือไหนบนโลกนี้ที่จะสมบูรณ์แบบและตอบโจทย์เราในทุกๆด้าน
เครื่องมือที่เราจะนำเสนอ 5 เครื่องมือนี้จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการพัฒนาเว็บไซต์ได้มากขึ้นคุณจะรู้ทันทีภายใน 3 นาที ก่อนที่จะไปคุยกับนักพัฒนาและผู้ดูแลเว็บไซต์ว่าคุณต้องการแก้ไขตรงไหนได้บ้าง
เริ่มจาก

5 เครื่องมือ ที่จะช่วยวัดคุณภาพของเว็บไซต์คุณ | Emmie-Inspire

1. Google Speed test

https://developers.google.com/speed/pagespeed/insights/

เครื่องมือนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดย google เพื่อทดสอบความเร็วของเว็บไซต์ และ ตอบโจทย์สำหรับยุค responsive หรือจะสร้างเว็บไซต์ทั้งทีไม่ควรตอบโจทย์แค่การแสดงผลผ่าน laptop หรือ PC แต่ต้องตอบโ๗ทย์ mobile first ด้วยค่ะ Google Speed Test จึงแสดงผลลัพธ์ของทั้ง 2 devices หรือ 2 เครื่องมือ สำหรับ Google Speed Test จะเน้นเรื่องของความเร็วความช้า บอกปัญหาที่ทำให้เว็บเราขึ้นช้าได้เป็นจุดๆ แต่คำแนะนำสำหรับวิธีแก้ไขยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ หากเปรียบกับเครื่องมืออื่นๆค่ะ
เหมาะสำหรับผู้ประกอบการ นัดการตลาดที่ต้องการวัดคุณภาพของเว็บไซต์ภายในเวลาอ่านรวดเร็วเข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน

5 เครื่องมือ ที่จะช่วยวัดคุณภาพของเว็บไซต์คุณ | Emmie-Inspire

2. Dareboost

https://www.dareboost.com

แดร์บูสท์ ถือว่าเป็นเครื่องมือสำหรับคนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมเมอร์หรือฝั่งไอทีที่เข้าใจระบบจัดการของเว็บไซต์เป็นอย่างดี ก็ถือว่าให้ผลแนะนำที่ค่อนข้างละเอียดค่ะ

5 เครื่องมือ ที่จะช่วยวัดคุณภาพของเว็บไซต์คุณ | Emmie-Inspire

3. GTMatrix

https://gtmetrix.com

GTMatrix หรือ จีทีแมททริกซ์ ถือว่าไม่ซับซ้อนเกินไปค่ะ สำหรับเอ็มมี่เอ็มมี่ลองใช้รู้สึกค่าผลลัพธ์ที่ให้มามีรายละเอียดมากกว่า Google Speed Test
เพราะเขาจะให้คำแนะนำเบื้องต้นเลยว่าเราควรแก้จุดไหนบ้าง
ลิสต์ออกมาให้เห็นกันเลย แต่อาจจะมีส่วนหนึ่ง สำหรับคนที่ไม่ได้จบทางด้านไอที คอมพิวเตอร์ โปรแกรมเมอร์ หรือ ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญอาจจะไม่เข้าใจค่ะ แต่คิดว่าน่าจะง่ายขึ้นเพราะคำแนะนำค่อนข้างละเอียดว่าต้องแก้ตรงไหน เพราะฉะนั้นเราอาจเพื่อเข้าใจภาพรวมและนำข้อมูลไปให้นักพัฒนาเว็บช่วยดูต่อค่ะ

5 เครื่องมือ ที่จะช่วยวัดคุณภาพของเว็บไซต์คุณ | Emmie-Inspire

4. Webgrader

https://website.grader.com

เว็บเกรดเดอร์ เป็นเครื่องมือที่ใช้ง่าย และ ทำให้เราเห็นภาพรวมของเว็บไซต์ค่ะ เห็นคะแนนรวม เห็นปัจจัยหลักๆที่เราต้องแก้ไข ข้อมูลไม่ได้เยอะมากจนทำให้เราสับสนค่ะ

5 เครื่องมือ ที่จะช่วยวัดคุณภาพของเว็บไซต์คุณ | Emmie-Inspire

5. SEO Optimer

http://www.seoptimer.com

เอสอีโอ ออปติเมอร์ เครื่องมือที่ถือว่าชัดเจน ละเอียด เข้าง่ายที่สุด เพราะนอกจากเรื่องของความเร็วของเว็บไซต์ยังมีเรื่องของ การให้คะแนน SEO และ ข้อแนะนำต่างๆอีก 4 หลักการ รวมทั้งหมดเป็น 5 หลักการ มีทั้ง SEO , Website Performance, UI / Mobile , Social และ Security ถือว่านอกจากบอกว่าเราต้องพัฒนาตรงไหนแล้ว ยังให้คำแนะนำให้การพัฒนาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย สามารถนำไปแก้ไขได้เลยทันทีค่ะ

โดยรวมแล้วเครื่องมือทั้งหมดที่ทาง Emmie Inspire นำเสนอจะเป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์ภาพกว้างของคุณภาพเว็บไซต์ค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วยังมีเครื่องมืออีกหลายเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณลงลึกเรื่องรายละเอียดได้มากขึ้นลองค้นหากันดูเพิ่มเติมนะคะ ท้ายที่สุดแล้วเครื่องมือทุกอย่างที่นำเสนอ ก็ลองไปใช้เพื่อทดสอบกันว่าเราเหมาะกับเครื่องมือไหนมากที่สุด และอย่าลืมนำข้อควรการพัฒนาเว็บไซต์ที่เราได้เอาไปพัฒนาต่อด้วยนะคะ เพราะเว็บไซต์ยังไงก็เปรียบเสมือนออฟฟิศ หน้าร้าน บ้านที่ต้องต้อนรับแขกตลอดเวลาค่ะ