สร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจบนโลกดิจิตัล เริ่มต้นได้จากใช้ Social Media ให้ถูกเป้าหมาย  

 

พอเดินทางมาถึงปี 2017 การใช้ Digital Marketing ในประเทศไทย ไม่ได้มีเพียงแค่ Social Media อีกต่อไป

ถ้าจะพูดถึง Digital Marketing Landscape ก็คงพูดได้ว่า

มีหลากหลายเครื่องมือให้เราเลือกใช้ ตั้งแต่ในส่วนของขั้นตอนการสร้าง Awareness

จนถึงการรักษาลูกค้าผ่านระบบดูแล CRM และระบบการบอกต่อแบบสร้างผลกำไรให้กับลูกค้าหรือ Affiliate

สิ่งต่างๆ ล้วนเป็นส่วนประกอบที่เกิดขึ้น ทำให้เราต้องศึกษาให้ลึกขึ้น ทำงานให้มากขึ้นเพื่อครอบคลุมการทำการตลาดบนโลกดิจิตัล

แต่สำหรับ Social Media นั้น หากจะมีคนถามว่า Social Media มีหน้าที่อะไร

เรียนตามตรงว่าตอนนี้ คำตอบก็ได้เปลี่ยนไปจากปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก

เพราะ หากเป็น Social Media

  • เมื่อปี 2012 ก็คงทำหน้าที่เป็นช่องทางในการทำให้คนรู้จักเรามากขึ้นนำมาสู่การปิดการขายแบบออฟไลน์
  • ปี 2015 Social Media ไม่ได้มีหน้าที่แค่เรื่องของการสร้าง Awareness อีกต่อไปแต่มีส่วนขับเคลื่อนเรื่องยอดขายของแบรนด์ เป็นหลัก เราจะสังเกตุเห็นได้จากฟังก์ชั่นการโฆษณาของเฟสบุ๊คที่มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่หยุดหย่อน อาชีพพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ก็เกิดขึ้นได้ แค่เรามีSocial Media
  • ปี 2017 ปีนี้ ระบบการตอบ และดูแลลูกค้า Community หรือสังคมชุมชนบนโลกออนไลน์ถูกพัฒนามาให้มีการใช้งานที่ตรงจุดมากขึ้น

ในประเทศไทย เรามี เฟสบุ๊ค หรือ Social Media ที่มีผู้ใช้เยอะที่สุดในประเทศ

  • ไว้สร้าง Awareness สร้าง Brand ให้เป็นที่รู้จัก
  • หลังจากนั้นเรายังสามารถสร้างยอดขายได้ผ่านเฟสบุ๊ค
  • ดูแล ให้รายละเอียดลูกค้าเพิ่มเติมผ่านระบบ Auto Reply และ ระบบ แชทของFacebook Messenger
  • และสามารถ ให้ลูกค้ากดสั่งซื้อสินค้า ชำระเงินได้เลยผ่านระบบ Facebook Shop
  • ตามมากับการโฆษณาแบบ Personalised มากขึ้น
  • เราสามารถมีรายการ Live ส่วนตัวของเราได้แบบไม่ต้องเสียค่าออกอากาศ
  • และยังสร้างกลยุทธ์แบบ Connection Expanding ได้ผ่าน Facebook Group อีกด้วย

สรุปโดยรวมแล้ว การพัฒนาของระบบเฟสบุ๊คที่ผ่านมาทำให้เราได้มีโอกาสในการสร้างรายได้ สร้างธุรกิจผ่านโลกออนไลน์โดยที่เริ่มจากการใช้ Social Media

ในการเริ่มต้น เรียกว่าจะมีร้าน ก็เริ่มต้นได้แบบไม่มีทุนได้แล้ว จนจบกระบวนการได้เลย

Facebook จึงไม่ใด้เป็นเพียง Social Media อีกต่อไป แต่โดยรวมแล้ว ตอนนี้Facebook ก็ถือว่า เป็น Social Commerce แบบเต็มตัว

แต่หากเราพูดถึง Social Media อื่นๆ ที่เกิดขึ้นตามมาไม่ว่าจะเป็น Instagram , twitter ,youtube

ก็บอกได้ว่า Social Media เหล่านี้กำลังพัฒนาตัวเองไปตามลำดับ และ จะกลายเป็น Platform ที่ทลายกำแพงระหว่าง Business to Consumers โดยสิ้นเชิงแต่จะกลายเป็นการสื่อสาร การค้าขายระหว่าง Consumers To Consumers แทน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การใช้ Social Media แต่ละช่องทางในการเริ่มต้น ก็มีวัตถุประสงค์ในการใช้ที่แตกต่างกันไป

บทความนี้จะขอเริ่มจาก ขั้นพื้นฐานเหมือนเดิมเลยค่ะ โดยเริ่มต้นจาก…

1.แบรนด์เพิ่งเริ่มต้องการสร้างแบรนด์ ( Facebook , Instagram ) 

แนะนำให้เริ่มต้นจาก Social Media ที่ใช้ง่ายที่สุดและฟังก์ชั่นเยอะที่สุดตอนนี้คือ

Facebook  สำหรับธุรกิจที่เป็น Business to Consumers เฟสบุ๊ค

เป็นตัวหลักสำคัญในการผลักดันแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก

แต่ก็อย่าลืมว่าสิ่งที่เราต้องเตรียมเป็นอย่างดีเลยคือ

PCAB 

หรือ

Product : สินค้าที่มีคุณภาพ และ มีจุดแตกต่าง ในการนำเสนอ

Content : คอนเทนต์ที่สื่อออกไปบนโลกออนไลน์ เตรียมไว้ที่ทั้ง Hero , Hub , Help Content เลยยิ่งดี 

( ความหมายของ Hero , Hub ,Help Content) 

Advertising Techniques : การใช้โฆษณาบนเฟสบุ๊คไม่ได้มีเพียงการเพิ่มไลค์ อยากให้สร้างคุณภาพ ของภายในช่องทางของเราให้ดี เช่นคอนเทนต์ที่คนเห็นหลังจากเข้ามาติดตามแล้วมีครบเครื่อง น่าสนใจ แตกต่าง และ ให้ประโยชน์ พร้อมทั้งยังอยากให้กลับมา หาอีก 

หลังจากนั้นเราจะเริ่มกระบวนการการสร้างโฆษณา เทคนิคการโฆษณาบนเฟสบุ๊ค ก็สามารถเริ่มต้นได้จากการ สร้าง Engagement ไปสู่กลุ่มคนที่สนใจจริงๆ

หลังจากนั้นเราสามารถเริ่มต้นใช้ Connnection ไปสู่กลุ่มคนที่เป็นเพื่อนผู้ติดตาม

และกลุ่มคนที่ Engage กับคอนเทนต์ และวิดีโอของเราอีกที

Back office system : คือการเตรียมความพร้อมให้กับทีมงานและบุคลากรหลังบ้าน ที่เข้ามาดูแลลูกค้า

2.ต้องการสร้างความคุ้นเคย (Facebook,Instaram,Pinterest,Line@)

ส่วนตรงนี้หากเป็นธุรกิจประเภท Fashion,Travel , Art , Food, Hotel

Instagram เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เราจะต้องใช้และ รุกให้มากขึ้นสำหรับการทำการตลาดกับกลุ่ม Generation Y-Z

บวกกับคอนเทนต์ที่ต้องมีอย่างต่อเนื่องผ่าน Facebook ควบคู่ไปด้วยกันจะส่งเสริมให้ลูกค้าเริ่ม เห็นเรามากขึ้น

และอยากค้นหาเกี่ยวกับเรามากขึ้น

3.ให้ข้อมูลเพิ่มเติม (Facebook,Youtube) 

เราเริ่มได้ง่ายๆ ผ่านความตั้งใจในการค้นหาของลูกค้า เมื่อลูกค้าอยากได้ข้อมูลเพิ่ม ลูกค้าจะเริ่มค้นหาผ่าน Search Engine และ Social Media ที่เราควรมีอีกช่องทางในการเสริมให้ลูกค้าได้สัมผัสอีกมิติในการสื่อสารที่ไม่ได้มีแต่ตัวอักษร รูปภาพ และ วิดีโอ สั้นๆอีกต่อไปก็คือ Video นั้นเอง

4.การขาย และสร้างแฟนพันธุ์แท้ (Facebook , Line@,Instagram) 

สำหรับประเทศไทย Platform ที่อยากแนะนำให้ธุรกิจประเภท B2C จำเป็นต้องมีนอกจาก Facebook แล้วคือ Line@

แก่นหลักสำคัญของ  Line@ อาจจะไม่ใช่แพลทฟอร์มแรกที่ลูกค้าจะเจอ แต่จะเป็น Platform สำหรับในการใช้เพื่อดูแล ลูกค้าหรือระบบ CRM ได้เป็นอย่างดี เพราะมีทั้งระบบ Broadcast , ระบบ CRM และ ระบบการสร้างให้ลูกค้าทั่วไปกลายเป็นลูกค้าประจำได้อย่างง่ายได้ สำหรับบทความนี้ เป็นการรื้อฟื้น และ อยากจะบอกผู้อ่านทุกท่านอีกครั้ง ว่าก่อนเราจะเลือกใช้ Platform อย่าลืมนึกถึง เป้าหมาย  และ พฤติกรรมของผู้บริโภค พร้อมกับฟังก์ชั่นต่างๆที่เกิดขึ้น และถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่าน Platform Social Media แต่ละตัวด้วยค่ะ เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าดิจิตัลจะเปลี่ยนไปเร็วแค่นั้น เราต้องอย่าลืม ดู Positioning ที่เรายืนอยู่ เพื่อที่จะได้วางกลยุทธ์ การใช้ช่องทางได้ถูกทิศทาง ได้อย่างมั่นคงมากขึ้น